สัญญาเงินกู้

ผู้กู้ (ฝ่าย ก): [ ]

ที่อยู่: [ ]

หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน: [ ]

ผู้ให้กู้ (ฝ่าย ข): [ ]

ที่อยู่: [ ]

หมายเหตุสำคัญ

เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของท่าน (ซึ่งคือฝ่าย ก "ผู้กู้") ท่านควรอ่านและปฏิบัติตามสัญญาเงินกู้ฉบับนี้ (ต่อไปนี้เรียกว่า "สัญญานี้") อย่างรอบคอบ ก่อนที่ท่านจะยืนยันและตกลง ท่านควรเข้าใจข้อมูลทั้งหมดของผลิตภัณฑ์เงินกู้อย่างชัดเจน การที่ท่านคลิกตกลงเพื่อยื่นขอสินเชื่อจาก ยืมง่าย (ต่อไปนี้เรียกว่า "แพลตฟอร์ม") ให้ถือว่าท่านได้อ่านเข้าใจอย่างครบถ้วนและยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขทั้งหมดของสัญญานี้และตกลงที่จะรับผิดชอบตามกฎหมายและภาระผูกพันตามบทบัญญัติของสัญญานี้ มิฉะนั้นท่านต้องหยุดใช้บริการที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ทันที เมื่อท่านยืนยันเนื้อหาของสัญญานี้โดยการคลิก "ยืนยัน" หรือ "ตกลง" (ชื่อของปุ่มเฉพาะให้เป็นไปตามที่แสดงบนแพลตฟอร์ม) ให้ถือว่าท่านได้ทำสัญญากับผู้ให้กู้แล้ว (คือฝ่าย ข ของสัญญานี้ "ผู้ให้กู้") การสมัครและการใช้เงินกู้จริงโดยท่านถือว่าท่านได้อ่านและยอมรับการผูกพันตามสัญญานี้แล้ว สัญญานี้จัดทำขึ้นระหว่างท่าน ("ฝ่าย ก") และ [ ] ("ฝ่าย ข") ณ [ ]

ผู้ให้กู้ขอแจ้งเตือนเป็นพิเศษ:

สัญญานี้ลงนามโดยท่านผ่านทางอินเทอร์เน็ตโดยการคลิกปุ่ม "ยืนยัน" หรือ "ตกลง" (ชื่อของปุ่มเฉพาะให้เป็นไปตามที่แสดงบนแพลตฟอร์ม)

ท่านยืนยันในที่นี้ว่า ก่อนที่สัญญานี้จะมีผลบังคับใช้ ผู้ให้กู้มีสิทธิที่จะยกเลิกสัญญานี้ฝ่ายเดียวโดยไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายใดๆ โดยอาศัยการวิเคราะห์และการตัดสินใจเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ของท่าน นโยบายการดำเนินงาน นโยบายการควบคุมความเสี่ยง เป็นต้น

โดยที่:

ผู้ให้กู้ ซึ่งเป็นฝ่าย ข ของสัญญานี้ เป็นบริษัทที่จัดตั้งและดำเนินงานอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีคุณสมบัติในการประกอบธุรกิจพิโคไฟแนนซ์ และให้เงินกู้แก่ผู้กู้ที่มีความต้องการกู้ยืมโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามกฎหมายและระเบียบของประเทศไทยและบทบัญญัติของสัญญานี้

ผู้กู้ ซึ่งเป็นฝ่าย ก ของสัญญานี้ และเป็นบุคคลธรรมดาที่ต้องการใช้เงินจำนวนหนึ่งโดยชอบด้วยกฎหมาย มีอายุครบ 20 ปี และมีความสามารถทางแพ่งอย่างเต็มที่ และได้ลงทะเบียนผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มเสร็จสิ้นแล้ว

ฝ่าย ก ประสงค์ที่จะยื่นขอเงินกู้จากฝ่าย ข ผ่านแพลตฟอร์ม ดังนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการชี้แจงสิทธิและหน้าที่ในกระบวนการกู้ยืมสำหรับทั้งสองฝ่าย และยึดหลักความสมัครใจ ความเท่าเทียม ผลประโยชน์ร่วมกัน และความสุจริต ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำสัญญานี้ตามกฎหมายและระเบียบของประเทศไทย

ข้อ 1 คำรับรองและการให้ความยินยอมของฝ่าย ก

1.1 ฝ่าย ก เป็นบุคคลธรรมดาที่มีความสามารถทางแพ่งและสิทธิทางแพ่งอย่างสมบูรณ์ ฝ่าย ก รับรองและรับประกันว่า ณ วันที่ทำสัญญานี้ ภูมิลำเนาที่จดทะเบียนหรือสถานที่ทำงานหลักของตนอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ฝ่าย ก รับทราบอย่างชัดแจ้งว่าฝ่าย ข ได้ตกลงเข้าทำสัญญานี้โดยอาศัยคำรับรองดังกล่าวเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสาระสำคัญที่มีผลต่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการประเมินความเสี่ยงของฝ่าย ข หากข้อมูลดังกล่าวปรากฏว่าเป็นเท็จหรือมีลักษณะทำให้เข้าใจผิด ผู้ให้กู้มีสิทธิระงับหรือยกเลิกวงเงินสินเชื่อ และดำเนินการใดๆ ที่จำเป็นภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ

1.2 การลงนามและการปฏิบัติตามสัญญานี้เป็นการแสดงเจตนาอันแท้จริงของฝ่าย ก ปราศจากข้อบกพร่องทางกฎหมายใดๆ

1.3 เอกสาร วัสดุ และข้อมูลทั้งหมดที่ฝ่าย ก ให้แก่ฝ่าย ข ในระหว่างการลงนามและการปฏิบัติตามสัญญานี้เป็นความจริง ถูกต้อง ครบถ้วน และมีผลบังคับใช้ และไม่มีความผิดพลาดหรือการละเว้นข้อเท็จจริงสำคัญ ฝ่าย ก ไม่ได้ปิดบังข้อมูลใดๆ ที่อาจส่งผลต่อสถานะทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของฝ่าย ก

1.4 นับถึงวันที่ลงนามในสัญญานี้ ฝ่าย ก ไม่เกี่ยวข้องกับการอนุญาโตตุลาการ การดำเนินคดี การลงโทษทางปกครอง หรือข้อพิพาทอื่นใดที่อาจส่งผลเสียต่อการลงนามหรือการปฏิบัติตามสัญญานี้ของฝ่าย ก

1.5 ฝ่าย ก ยืนยันในที่นี้ว่าการกระทำใดๆ ที่ดำเนินการบนแพลตฟอร์มในนามของผู้กู้ถือเป็นการกระทำของฝ่าย ก เอง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการลงนามในสัญญานี้ การยื่นขอเงินกู้ การชำระดอกเบี้ยและเงินต้นของเงินกู้ เป็นต้น และผลทางกฎหมายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าวให้ฝ่าย ก รับผิดชอบ

1.6 ฝ่าย ก รับทราบว่าการลงนามในสัญญานี้จะเสร็จสิ้นโดยการคลิกออนไลน์บนแพลตฟอร์ม วิธีการคลิกออนไลน์ได้แก่ แต่ไม่จำกัดเฉพาะ การทำเครื่องหมาย การคลิกปุ่มฟังก์ชัน (ชื่อของปุ่มให้เป็นไปตามที่แสดงทางออนไลน์) การใส่รหัสผ่านการทำธุรกรรม การใส่รหัสยืนยันทางโทรศัพท์มือถือเพื่อยืนยัน เป็นต้น

1.7 ฝ่าย ก รับทราบและยอมรับว่า เท่าที่กฎหมายและระเบียบของประเทศไทยอนุญาต ฝ่าย ข มีสิทธิให้ข้อมูลและประวัติการค้างชำระของฝ่าย ก แก่หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะบริษัทในเครือของฝ่าย ข บริษัทร่วมมือ สถาบันการชำระเงิน ฐานข้อมูลเครดิตแห่งชาติ สำนักงานเครดิตที่ถูกต้องตามกฎหมาย และหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะ) และสอบถามหรือยืนยันกับหน่วยงาน/องค์กรดังกล่าวเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการยื่นขอเงินกู้ของฝ่าย ก (รวมถึงข้อมูลเชิงลบ) ฝ่าย ก ยอมรับและมอบอำนาจให้ฝ่าย ข มีสิทธิตามดุลยพินิจของตนเองในการเลือกธนาคารหรือสถาบันการชำระเงิน หรือเลือกวิธีการอื่นๆ เพื่อดำเนินการโอนและหักเงินตามจำนวนที่ต้องชำระภายใต้สัญญานี้

1.8 หากเงินที่ได้รับจากการหักบัญชีที่ได้รับอนุญาตไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ที่ฝ่าย ก ต้องชำระ ลำดับการชำระหนี้ของจำนวนเงินที่หักให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ 8.4 ของสัญญานี้

1.9 หากจำนวนเงินที่หักจากบัญชีที่ฝ่าย ก กำหนดไม่ได้อยู่ในสกุลเงินบาท จำนวนเงินดังกล่าวจะถูกแปลงเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนกลางที่ธนาคารซึ่งได้รับมอบหมายจากฝ่าย ข ประกาศในวันที่หักบัญชี

ข้อ 2 ข้อมูลพื้นฐานเงินกู้

2.1 เงินต้น: [ ] บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินกู้จริงที่อนุมัติและโอนโดยฝ่าย ข)

2.2 อัตราดอกเบี้ย: [ ] ต่อวัน

2.3 วันที่ปล่อยกู้: วันที่โอนเงินต้นจริงไปยังบัญชีที่ผู้กู้กำหนด

2.4 ระยะเวลาเงินกู้: [ ] วัน นับจากวันที่ปล่อยกู้

2.5 แผนการชำระหนี้: ท่านต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็น [ ] งวด ก่อนวันครบกำหนด สูตรคำนวณยอดชำระคือ: [ ] วันครบกำหนดชำระและจำนวนเงินแต่ละงวดให้เป็นไปตามคำสั่งของแพลตฟอร์ม และจะไม่มีการเลื่อนกำหนดหากตรงกับวันหยุด

2.6 บัญชีธนาคารผู้รับเงินของฝ่าย ก:

ชื่อธนาคาร: [ ]

ชื่อบัญชี: [ ]

เลขที่บัญชี: [ ]

2.7 เงินกู้จะโอนและชำระคืนเป็นสกุลเงินบาท ให้ถือว่าฝ่าย ข ได้ปล่อยกู้แก่ฝ่าย ก แล้ว เมื่อฝ่าย ข หรือบุคคลที่สามที่ฝ่าย ข กำหนดโอนเงินกู้ไปยังบัญชีธนาคารผู้รับเงินที่กำหนดข้างต้นของฝ่าย ก

ข้อ 3 การปล่อยกู้และการชำระหนี้

3.1 ผู้กู้ต้องชำระหนี้ตามวิธีที่กำหนดบนแพลตฟอร์ม ยืมง่าย

3.2 ผู้กู้มอบอำนาจและยินยอมอย่างไม่สามารถเพิกถอนได้ให้ฝ่าย ข หรือบุคคลที่สามที่ฝ่าย ข กำหนดโอนเงินต้นของเงินกู้ไปยังบัญชีที่ผู้กู้กำหนดผ่านธนาคารและ/หรือสถาบันการชำระเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ให้ถือว่าผู้ให้กู้ปล่อยกู้เงินต้นสำเร็จแล้วเมื่อผู้กู้ได้รับเงินดังกล่าว ในกรณีที่ข้อมูลบัญชีผู้รับเงินที่ผู้กู้ให้ไว้ไม่ถูกต้องหรือมีการเปลี่ยนแปลง ความสูญเสียใดๆ ที่เกิดขึ้นจากเหตุดังกล่าวให้ผู้กู้รับผิดชอบ

3.3 วิธีการชำระหนี้

3.3.1 ฝ่าย ก ต้องชำระหนี้ตามวิธีที่กำหนดบนแพลตฟอร์ม

3.3.2 การที่ฝ่าย ข ได้รับยอดชำระหนี้จากฝ่าย ก ถือว่าการชำระหนี้ครั้งนั้นสำเร็จ การชำระหนี้ล่าช้าโดยฝ่าย ก อาจส่งผลเสียต่อประวัติเครดิตของฝ่าย ก ฝ่าย ก รับรองในที่นี้ว่าเมื่อฝ่าย ก ชำระหนี้ผ่านวิธีการข้างต้น คำรับรองและคำสั่งของฝ่าย ก จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของประเทศไทย ตลอดจนวัตถุประสงค์ของสัญญานี้ และต้องไม่ละเมิดสิทธิและประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของธนาคาร สถาบันการชำระเงิน ฝ่าย ข และบุคคลที่สามอื่นๆ มิฉะนั้น ฝ่ายที่กล่าวถึงข้างต้นมีสิทธิที่จะระงับการให้บริการทันทีและฝ่ายเดียวโดยไม่ต้องรับผิดใดๆ ซึ่งอย่างไรก็ตาม ไม่เป็นการยกเว้นภาระผูกพันของฝ่าย ก ในการชำระหนี้ตามสัญญานี้

3.4 ฝ่าย ก ต้องรับผิดชอบในการเก็บรักษาบันทึกการชำระเงินผ่านธนาคารหรือหลักฐานการชำระเงินอื่นๆ แต่เพียงผู้เดียว

ข้อ 4 สิทธิและหน้าที่ของฝ่าย ก

4.1 ในกรณีที่ฝ่าย ก ได้รับการพิจารณาว่ามีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขของสัญญานี้และมาตรฐานการอนุมัติเงินกู้ของฝ่าย ข ฝ่าย ก มีสิทธิได้รับเงินกู้ทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่กำหนดไว้ในสัญญานี้

4.2 ฝ่าย ก ต้องใช้เงินกู้อย่างสมเหตุสมผลตามวัตถุประสงค์การกู้ยืมที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ และฝ่าย ก ต้องไม่เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การกู้ยืมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากฝ่าย ข

4.3 ฝ่าย ก ต้องจัดหาข้อมูลที่จำเป็นสำหรับเงินกู้ตามความต้องการของฝ่าย ข และรับประกันว่าข้อมูลที่ให้ไว้เป็นความจริง ถูกต้อง ครบถ้วน และมีผลบังคับใช้ และต้องไม่ให้ข้อมูลเท็จหรือปิดบังข้อเท็จจริงสำคัญ หรือฉ้อโกงเงินกู้โดยการเปลี่ยนแปลงตัวตนโดยเจตนา การอ้างวัตถุประสงค์การกู้ยืมเท็จ เป็นต้น

4.4 ฝ่าย ก ต้องรับประกันว่าฝ่าย ก มีความสามารถในการชำระหนี้ตามจำนวนเงินกู้ และต้องชำระเงินต้นของเงินกู้ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมอื่นๆ (ถ้ามี) ตามกำหนดเวลา จำนวนเงิน และสกุลเงินที่ตกลงกันในสัญญานี้

4.5 ฝ่าย ก รับรองว่าจะใช้เงินกู้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ตกลงไว้ในสัญญานี้เท่านั้น และจะไม่นำเงินกู้ภายใต้สัญญานี้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นหรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมายใดๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการพนัน เป็นต้น มิฉะนั้น ฝ่าย ข มีสิทธิที่จะหยุดการให้เงินกู้ทันที (หากยังไม่ได้ให้และโอน) ประกาศให้เงินกู้ทั้งหมดครบกำหนดก่อนกำหนด และยกเลิกสัญญานี้

4.6 ฝ่าย ก ต้องไม่โอนสิทธิหรือหน้าที่ใดๆ ภายใต้สัญญานี้ให้แก่บุคคลที่สามอื่นๆ

4.7 ฝ่าย ก ยินยอมให้ใช้บุคคลติดต่อ [ ] ที่ฝ่าย ก กรอกไว้บนแพลตฟอร์มเป็นบุคคลติดต่อฉุกเฉินที่กำหนด และมอบอำนาจให้ฝ่าย ข ส่งข้อมูลของบุคคลติดต่อฉุกเฉินที่กำหนดดังกล่าวให้แก่หน่วยงานติดตามหนี้บุคคลที่สามที่ฝ่าย ข ว่าจ้าง ในฐานะบุคคลที่สามที่สามารถติดตามหนี้ได้ หน่วยงานติดตามหนี้ดังกล่าวอาจแจ้งบุคคลติดต่อฉุกเฉินที่กำหนดข้างต้นเกี่ยวกับข้อมูลตัวตนของฝ่าย ก และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ค้างชำระภายใต้สัญญานี้เพื่อการติดตามหนี้และวัตถุประสงค์อื่นๆ

4.8 ฝ่าย ก ต้องปฏิบัติตามกฎและแนวปฏิบัติทางธุรกิจของฝ่าย ข ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเงินกู้ นโยบายและกฎของแพลตฟอร์ม รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการร่วมมือกับการกำกับดูแลและตรวจสอบการใช้เงินกู้และสถานการณ์รายได้ของฝ่าย ก โดยฝ่าย ข การจัดหาวัสดุและข้อมูลตามที่ฝ่าย ข ต้องการอย่างทันเวลา และรับประกันว่าวัสดุและข้อมูลทั้งหมดที่ให้ไว้ในที่นี้เป็นความจริง ครบถ้วน และถูกต้อง

4.9 ฝ่าย ก ต้องแจ้งฝ่าย ข เป็นลายลักษณ์อักษรภายในสาม (3) วันนับจากวันที่เรื่องต่อไปนี้เกิดขึ้นหรือฝ่าย ก ทราบว่าอาจเกิดขึ้น การจำหน่ายทรัพย์สินใดๆ โดยฝ่าย ก ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากฝ่าย ข:

(ก) การดำเนินคดี การอนุญาโตตุลาการ มาตรการทางปกครอง มาตรการรักษาทรัพย์สิน มาตรการบังคับ หรือเหตุการณ์ที่มีผลเสียสำคัญอื่นๆ ที่มีหรืออาจมีผลเสียสำคัญต่อความสามารถในการชำระหนี้ของฝ่าย ก

(ข) การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรายได้ของฝ่าย ก หรือสมาชิกในครอบครัวของฝ่าย ก

(ค) ฝ่าย ก ขาย เช่า โอน หรือจำหน่ายทรัพย์สินส่วนบุคคลทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ด้วยวิธีอื่น

ข้อ 5 สิทธิและหน้าที่ของฝ่าย ข

5.1 ฝ่าย ข มีสิทธิตรวจสอบวัสดุและข้อมูลที่ฝ่าย ก ยื่น และตามดุลยพินิจของตนเองตัดสินใจว่าจะให้เงินกู้แก่ฝ่าย ก หรือไม่ และจำนวนเงินกู้ตามผลการตรวจสอบ

5.2 ฝ่าย ข มีสิทธิเรียกคืนเงินต้นของเงินกู้ ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยค้างชำระ และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ฝ่าย ข เกิดขึ้นจากการเรียกคืนจำนวนเงินที่ต้องชำระตามบทบัญญัติของสัญญานี้ และใช้สิทธิอื่นๆ ที่กำหนดโดยกฎหมายและระเบียบของประเทศไทยและสัญญานี้

5.3 เมื่อฝ่าย ข พบว่าการใช้เงินกู้จริงของฝ่าย ก ไม่สอดคล้องกับการใช้เงินกู้ที่ตกลงกันในสัญญานี้ ฝ่าย ข มีสิทธิกำหนดให้ฝ่าย ก ชำระคืนเงินกู้ภายในกำหนดเวลาก่อนครบกำหนด และสงวนสิทธิ์ในการเรียกร้องต่อฝ่าย ก สำหรับการฉ้อโกงเงินกู้

5.4 ฝ่าย ข ต้องเก็บรักษาความลับของวัสดุและข้อมูลที่ฝ่าย ก ให้ไว้ ยกเว้นกรณีที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยกฎหมายและระเบียบ หรือกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญานี้

5.5 หากฝ่าย ก ได้รับการพิจารณาว่ามีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของฝ่าย ข ฝ่าย ข อาจให้เงินกู้แก่ฝ่าย ก ตามสัญญานี้

5.6 ฝ่าย ข มีสิทธิตรวจสอบวัตถุประสงค์การกู้ยืมของฝ่าย ก ผ่านการวิเคราะห์บัญชี การตรวจสอบเอกสาร การสืบสวนภาคสนาม เป็นต้น

5.7 ฝ่าย ข มีสิทธิส่งข้อมูลตัวตน ข้อมูลติดต่อ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหนี้ค้างชำระภายใต้สัญญานี้ของฝ่าย ก ให้แก่บุคคลที่สาม (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะสำนักงานกฎหมายและหน่วยงานติดตามหนี้ เป็นต้น) เพื่อการติดตามหนี้ การเรียกคืนหนี้ เป็นต้น

5.8 ฝ่าย ข มีสิทธิโอนสิทธิและหน้าที่ในสัญญานี้ให้แก่บุคคลที่สามอื่นๆ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากฝ่าย ก แต่อาจแจ้งให้ฝ่าย ก ทราบผ่านข้อความ การโทรศัพท์ เป็นต้น

5.9 ก่อนที่สัญญานี้จะมีผลบังคับใช้ ฝ่าย ข มีสิทธิที่จะยกเลิกสัญญานี้ฝ่ายเดียวโดยอาศัยการวิเคราะห์และการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานะเครดิตและความสามารถในการชำระหนี้ของฝ่าย ก หรืออาศัยกฎการดำเนินงาน การควบคุมความเสี่ยง หรือเหตุผลอื่นใดของตนเอง แต่ต้องแจ้งให้ฝ่าย ก ทราบอย่างทันเวลา

ข้อ 6 การชำระหนี้ล่วงหน้า

6.1 ผู้กู้สามารถยื่นขอชำระหนี้ล่วงหน้าเต็มจำนวนก่อนวันครบกำหนด ในกรณีดังกล่าว ฝ่าย ก ต้องชำระเงินต้นคงเหลือทั้งหมดและดอกเบี้ยทั้งหมดที่สะสมตั้งแต่วันที่ปล่อยกู้จนถึงวันครบกำหนดเป็นเงินก้อนเดียว ผู้กู้ต้องแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับความตั้งใจในการชำระหนี้ล่วงหน้า และผู้ให้กู้มีสิทธิตามดุลยพินิจของตนเองในการพิจารณาว่าจะอนุมัติการชำระหนี้ล่วงหน้าหรือไม่ เมื่อได้รับการอนุมัติจากผู้ให้กู้ ผู้กู้ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยของเงินกู้เต็มจำนวน และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทั้งหมดที่ต้องชำระ (ถ้ามี)

ข้อ 7 การชำระหนี้เกินกำหนด

7.1 ในกรณีที่ฝ่าย ก ไม่สามารถชำระเงินให้แก่ฝ่าย ข เต็มจำนวนตามคำสั่งของแพลตฟอร์มในวันครบกำหนดชำระงวดใดงวดหนึ่ง ให้ถือว่าเงินกู้นั้นผิดนัดชำระหนี้

7.2 ในกรณีที่เงินกู้ผิดนัดชำระ ฝ่าย ก ต้องชำระดอกเบี้ยผิดนัด (กล่าวคือ ดอกเบี้ยโทษ) ที่สะสมและคิดในอัตรา [ ] ของเงินต้นที่ต้องชำระสำหรับแต่ละวันที่ล่าช้า นับจากวันผิดนัด (วันถัดจากวันครบกำหนดชำระ) จนถึงวันที่ชำระยอดค้างชำระทั้งหมดแล้ว

ข้อ 8 ความรับผิดจากการผิดสัญญา

8.1 หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญานี้ ฝ่ายที่ผิดสัญญาต้องรับผิดชอบต่อการผิดสัญญาตามบทบัญญัติของสัญญานี้ และชดใช้ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและความสูญเสียที่เกิดขึ้นและได้รับโดยฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญาจากการผิดสัญญาดังกล่าว รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะค่าติดตามหนี้ ค่าดำเนินคดี (หรือค่าอนุญาโตตุลาการ) ค่าอายัดทรัพย์ ค่าประกาศ ค่าบังคับคดี ค่าทนายความ ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

8.2 ในกรณีที่เกิดสถานการณ์ต่อไปนี้หนึ่งหรือหลายสถานการณ์ ให้ถือว่าฝ่าย ก ผิดสัญญาขั้นพื้นฐาน:

(ก) ฝ่าย ก ให้เอกสารการยื่นขอเท็จหรือปลอมแปลง หรือให้คำแถลงเท็จ

(ข) ฝ่าย ก ไม่ใช้เงินกู้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ตกลงไว้ในสัญญานี้

(ค) เพื่อหลีกเลี่ยงหนี้สิน ฝ่าย ก โอนทรัพย์สินโดยเจตนาร้ายหรือสละ หรือลดลูกหนี้ของบุคคลที่สาม

(ง) ฝ่าย ก อยู่ระหว่างการสืบสวนคดีอาญา หรืออยู่ภายใต้มาตรการบังคับอื่นๆ ตามกฎหมายและระเบียบ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้มาตรการจำกัดสิทธิของฝ่าย ก ซึ่งส่งผลเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญานี้ของฝ่าย ก

(จ) ทรัพย์สินใดๆ ของฝ่าย ก ถูกริบ เวนคืน อายัด ยึด อายัดบัญชี เป็นต้น หรือฝ่าย ก เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีหรืออนุญาโตตุลาการใดๆ หรือเงินกู้ ค้ำประกัน ชดใช้ รับรอง หรือภาระผูกพันหนี้สินอื่นๆ ของฝ่าย ก ไม่สามารถปฏิบัติได้เมื่อถึงกำหนด

(ฉ) สถานการณ์อื่นๆ ที่เพียงพอที่จะทำให้ฝ่าย ข เชื่อว่าความปลอดภัยของสิทธิเจ้าหนี้ภายใต้สัญญานี้ถูกคุกคาม

8.3 หากฝ่าย ก กระทำการผิดสัญญาขั้นพื้นฐานข้างต้น หรือตามการตัดสินที่สมเหตุสมผลของฝ่าย ข ว่าฝ่าย ก อาจตกอยู่ในสถานการณ์ข้างต้น ฝ่าย ข มีสิทธิที่จะใช้มาตรการบรรเทาต่อไปนี้หนึ่งหรือหลายมาตรการ:

(ก) ประกาศให้เงินกู้ทั้งหมดภายใต้สัญญานี้ครบกำหนด ในกรณีดังกล่าว ฝ่าย ก ต้องชำระคืนเงินกู้ทั้งหมด ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยผิดนัด (ถ้ามี) และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งหมดที่ฝ่าย ข เกิดขึ้นจากการเรียกคืนจำนวนที่ครบกำหนดและต้องชำระทันที รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะค่าดำเนินคดี ค่าอนุญาโตตุลาการ ค่าบังคับคดี ค่าทนายความ เป็นต้น ที่เกิดขึ้นโดยฝ่าย ข เพื่อการใช้สิทธิเจ้าหนี้

(ข) ยกเลิกสัญญานี้

(ค) ใช้มาตรการบรรเทาอื่นๆ ตามที่กำหนดโดยกฎหมาย ระเบียบ และสัญญานี้

8.4 ในกรณีที่เงินกู้ที่ให้แก่ฝ่าย ก ผิดนัดชำระหรือสัญญานี้ถูกยกเลิกก่อนกำหนด ฝ่าย ก ยืนยันในที่นี้ว่าจำนวนเงินที่ได้รับจากฝ่าย ก จะถูกชำระตามลำดับต่อไปนี้ และฝ่าย ก ต้องรับผิดชอบการชำระหนี้ทั้งหมดหากจำนวนเงินที่ได้รับจากฝ่าย ก ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ทั้งหมดที่ครบกำหนดและต้องชำระให้แก่ฝ่าย ข:

(ก) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายใต้สัญญานี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะค่าสืบสวน ค่าดำเนินคดี ค่าอนุญาโตตุลาการ ค่าทนายความ เป็นต้น

(ข) ดอกเบี้ยผิดนัด

(ค) ดอกเบี้ยเงินกู้

(ง) เงินต้นเงินกู้

8.5 ฝ่าย ข จะไม่รับผิดชอบต่อการผิดสัญญาหรือการชดใช้หากฝ่าย ข ไม่สามารถให้บริการตามสัญญานี้ได้เนื่องจากระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของแพลตฟอร์มที่ฝ่าย ข ใช้ทำงานผิดปกติอันเป็นผลจากเหตุการณ์ต่อไปนี้:

(ก) การบำรุงรักษาเว็บไซต์

(ข) ความล้มเหลวในการส่งข้อมูลที่เกิดจากความไม่สามารถของอุปกรณ์โทรคมนาคมหรือเครือข่าย

(ค) เหตุสุดวิสัย เช่น พายุไต้ฝุ่น แผ่นดินไหว สึนามิ น้ำท่วม ไฟดับ สงคราม การก่อการร้าย เป็นต้น

(ง) การหยุดชะงักหรือความล่าช้าของบริการเนื่องจากการโจมตีของแฮกเกอร์ การปรับแต่งทางเทคนิคหรือการทำงานผิดปกติของธนาคาร สถาบันการชำระเงินบุคคลที่สาม และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ หรือการอัพเกรดเว็บไซต์

ข้อ 9 การระงับข้อพิพาท

9.1 การลงนาม การปฏิบัติตาม การสิ้นสุด และการตีความสัญญานี้ให้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายประเทศไทย

9.2 ทั้งสองฝ่ายตกลงว่าข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดจากการลงนามหรือการปฏิบัติตามสัญญานี้จะได้รับการแก้ไขโดยทั้งสองฝ่ายผ่านการเจรจา หากข้อขัดแย้งและข้อพิพาทไม่สามารถแก้ไขได้ผ่านการเจรจา คู่สัญญาจะต้องส่งเรื่องเดียวกันให้ THAC (ศูนย์อนุญาโตตุลาการไทย) เพื่อดำเนินการอนุญาโตตุลาการ การอนุญาโตตุลาการจะจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร คณะอนุญาโตตุลาการจะประกอบด้วยอนุญาโตตุลาการสามคน ภาษาที่ใช้ในการอนุญาโตตุลาการจะเป็นภาษาอังกฤษ และคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการจะเป็นที่สุดและผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ในระหว่างข้อพิพาท ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ซึ่งไม่อยู่ในข้อพิพาทต่อไป

ข้อ 10 การแก้ไขและการยกเลิกสัญญา

10.1 ฝ่าย ข มีสิทธิที่จะแก้ไขบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและหน้าที่ของฝ่าย ก ในสัญญานี้ฝ่ายเดียวได้ทุกเวลา เมื่อบทบัญญัติของสัญญานี้ได้รับการแก้ไขแล้ว ฝ่าย ข จะประกาศบทบัญญัติดังกล่าวบนแพลตฟอร์ม หากฝ่าย ก ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของสัญญาที่แก้ไข ฝ่าย ก ต้องหยุดใช้บริการบนแพลตฟอร์มทันทีก่อนสิ้นสุดระยะเวลาประกาศ และชำระจำนวนเงินคงค้างทั้งหมดที่ต้องชำระภายใต้สัญญานี้ครบถ้วนภายในห้า (5) วัน (แต่ไม่เกินวันครบกำหนด) มิฉะนั้น ให้ถือว่าฝ่าย ก เห็นด้วยและยอมรับเนื้อหาทั้งหมดของสัญญาที่แก้ไข

10.2 หลังจากสัญญานี้มีผลบังคับใช้แล้ว ยกเว้นกรณีที่ตกลงกันเป็นอย่างอื่นในสัญญานี้หรือตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรโดยทั้งสองฝ่าย ฝ่าย ก ต้องไม่แก้ไขหรือยกเลิกสัญญานี้ ฝ่าย ข มีสิทธิที่จะระงับหรือยกเลิกสัญญานี้หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของสัญญานี้ได้ทุกเวลาโดยอาศัยการพิจารณาด้านธุรกิจและความปลอดภัยของตนเอง และร้องขอให้ฝ่าย ก ชำระจำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องชำระภายใต้สัญญานี้ภายในกำหนดเวลา

ข้อ 11 ที่อยู่สำหรับการติดต่อ

11.1 เกี่ยวกับการส่งมอบเอกสารต่างๆ ประกาศ ข้อตกลง และเอกสารอื่นๆ ตามสัญญานี้ (ยกเว้นเอกสารที่จะส่งผ่านประกาศทางเว็บไซต์ ประกาศ และวิธีการส่งแบบอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ) วัสดุที่เกี่ยวข้องและเอกสารทางกฎหมายในกรณีที่เกิดข้อพิพาทใดๆ จากสัญญานี้ ตลอดจนผลทางกฎหมายที่สอดคล้องกัน คู่สัญญาตกลงดังนี้:

(ก) ฝ่าย ก ยืนยันในที่นี้ว่าที่อยู่ที่ถูกต้องของตนคือ: [ ]

(ข) ฝ่าย ข ยืนยันในที่นี้ว่าที่อยู่ที่ถูกต้องของตนคือ: [ ]

(ค) ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าที่อยู่ดังกล่าวจะใช้ภายใต้สถานการณ์ต่อไปนี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการส่งมอบประกาศต่างๆ ข้อตกลงเมื่อคู่สัญญาไม่อยู่ในข้อพิพาท และการแจ้งเอกสารที่เกี่ยวข้องและเอกสารทางกฎหมายภายใต้การระงับข้อพิพาท ซึ่งรวมถึงกระบวนการระหว่างข้อพิพาทและกระบวนการพิจารณาคดีและการบังคับคดีที่ตามมาหลังจากข้อพิพาทใดๆ เข้าสู่การอนุญาโตตุลาการหรือการดำเนินคดีแพ่ง

(ง) ทั้งสองฝ่ายต้องแจ้งให้อีกฝ่ายทราบทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ หากที่อยู่มีการเปลี่ยนแปลงระหว่างการอนุญาโตตุลาการหรือการดำเนินคดีแพ่ง ฝ่ายนั้นต้องปฏิบัติหน้าที่ในการแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ให้แก่สถาบันอนุญาโตตุลาการหรือศาล

(จ) หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติหน้าที่การแจ้งตามวิธีการข้างต้น ที่อยู่ที่ทั้งสองฝ่ายยืนยันจะยังถือว่าเป็นที่อยู่ที่ถูกต้อง ในกรณีที่เอกสารทางกฎหมายไม่ได้รับการส่งถึงจริงเนื่องจากความไม่ถูกต้องของที่อยู่ หรือความล้มเหลวในการแจ้งอีกฝ่าย ศาล คู่สัญญา หรือผู้รับที่กำหนดปฏิเสธการลงนาม เป็นต้น หากส่งผ่านบริการจัดส่ง วันที่คืนเอกสารดังกล่าวถือเป็นวันที่ส่ง หากส่งด้วยมือ วันที่ระบุในหลักฐานการส่งถือเป็นวันที่ส่ง หากปฏิบัติหน้าที่การแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ครบถ้วนแล้ว ที่อยู่ที่เปลี่ยนแปลงจะเป็นที่อยู่สำหรับการส่งที่ถูกต้อง เมื่อพิจารณาว่าที่อยู่ได้รับการตกลงอย่างชัดแจ้งโดยคู่สัญญาในสัญญานี้ ศาลอาจส่งเอกสารไปยังที่อยู่ดังกล่าวโดยตรง แม้ว่าคู่สัญญาที่ต้องรับเอกสารจะไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว เอกสารเหล่านั้นก็จะถือว่าได้รับการส่งแล้วตามบทบัญญัติที่นี่

ข้อ 12 บทเฉพาะกาล

12.1 สัญญานี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อโอนจำนวนเงินกู้ไปยังบัญชีธนาคารที่ฝ่าย ก กำหนด

12.2 ตั้งแต่วันที่สัญญานี้มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ชำระเงินต้น ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยผิดนัด (ถ้ามี) และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งหมดที่ฝ่าย ข เกิดขึ้นในการเรียกคืนจำนวนเงิน (ถ้ามี) ครบถ้วนแล้ว ฝ่าย ก ต้องให้ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงแก่ฝ่าย ข เป็นลายลักษณ์อักษรภายในสาม (3) วันนับจากวันที่เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หากข้อมูลต่อไปนี้มีการเปลี่ยนแปลง: ข้อมูลตัวตนของผู้กู้ บุคคลติดต่อฉุกเฉินของผู้กู้ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล บัญชีธนาคารที่กำหนด หากข้อมูลที่กล่าวถึงข้างต้นไม่ได้รับการให้ทันเวลาโดยฝ่าย ก ฝ่าย ก ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นในที่นี้

12.3 หากบทบัญญัติหนึ่งหรือหลายบทบัญญัติในสัญญานี้ถูกพิจารณาว่าเป็นโมฆะเนื่องจากการละเมิดกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ บทบัญญัติดังกล่าวจะถือว่าไม่เคยมีอยู่ในสัญญานี้ อย่างไรก็ตาม การทำให้บทบัญญัติดังกล่าวเป็นโมฆะจะไม่ส่งผลต่อความสมบูรณ์ของบทบัญญัติอื่นๆ ของสัญญานี้

12.4 ผู้กู้ขอประกาศว่าตนได้อ่านบทบัญญัติทั้งหมดในสัญญานี้อย่างละเอียดแล้ว และยืนยันว่าตนได้เข้าใจอย่างครบถ้วนและยินยอมรับเนื้อหาทั้งหมดของสัญญานี้